อัปเดตล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2026

ภาวะท่อปัสสาวะตีบเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคลินิกยูโรวิทยาของผม โดยนิยามว่าเป็นการตีบแคบของท่อปัสสาวะช่วงใดช่วงหนึ่ง ข้อมูลจากสหรัฐอเมริการายงานอุบัติการณ์ที่ 0.9% ในผู้ชาย และมีความชุกเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังอายุ 65 ปี

การตีบตันของท่อปัสสาวะจากการใส่สายสวนปัสสาวะ
การคาสายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทราบกันดีของภาวะท่อปัสสาวะตีบ

4 สาเหตุหลักของภาวะท่อปัสสาวะตีบ

  1. ไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic) (อุบัติการณ์ 33%) — พบบ่อยกว่าในผู้ชายอายุน้อย น่าจะเกิดจากการบาดเจ็บในวัยเด็กที่ไม่ทันสังเกต หรือความผิดปกติแต่กำเนิด
  2. จากหัตถการทางการแพทย์ (Iatrogenic) (อุบัติการณ์ 33%) — มีประวัติการผ่าตัดส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ หรือการคาสายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน
  3. จากการอักเสบ (Inflammatory) (อุบัติการณ์ 15%) — มีประวัติการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs)
  4. จากการบาดเจ็บ (Traumatic) (อุบัติการณ์ 19%) — การบาดเจ็บจากการคร่อมกระแทก กระดูกเชิงกรานหัก หรือองคชาตหัก
ภาวะท่อปัสสาวะตีบจากกระดูกเชิงกรานหัก
กระดูกเชิงกรานหักจากการบาดเจ็บ เป็นสาเหตุที่ทราบกันดีของภาวะท่อปัสสาวะตีบส่วนหลัง

ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ความเสียหายที่ท่อปัสสาวะจะกระตุ้นให้เกิดแผลเป็น ซึ่งค่อยๆ ทำให้ช่องท่อปัสสาวะตีบแคบลงในระยะเวลาหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือหลายปี ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการปัสสาวะไหลอ่อนหรือรู้สึกไม่สบายขณะปัสสาวะ การตรวจประเมินทำได้โดยการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะชนิดอ่อนเป็นลำดับแรก ตามด้วยการตรวจท่อปัสสาวะด้วยการฉีดสารทึบรังสีย้อนทาง (retrograde urethrography) หากจำเป็น เพื่อระบุความยาวและตำแหน่งของบริเวณที่ตีบ

ท่อปัสสาวะตีบ ปัสสาวะอ่อน
อาการปัสสาวะไหลอ่อน เป็นอาการนำที่สำคัญของภาวะท่อปัสสาวะตีบ
การตัดท่อปัสสาวะด้วยเลเซอร์
เทคโนโลยีเลเซอร์ขั้นสูงสามารถนำมาใช้ในการรักษาภาวะท่อปัสสาวะตีบได้

ทางเลือกในการรักษา สำหรับภาวะท่อปัสสาวะตีบ

  1. การถ่างขยายท่อปัสสาวะ (Urethral dilation) — การถ่างขยายเป็นชุดด้วยเครื่องมือถ่างขยายชนิดโลหะ ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัด แต่มีอัตราการกลับเป็นซ้ำ 60% เมื่อติดตามผลที่ 48 เดือน
  2. การผ่าเปิดท่อปัสสาวะด้วยมีดผ่าตัดภายใต้การมองเห็นโดยตรง (Direct vision cold knife urethrotomy) — การกรีดเปิดบริเวณที่ตีบด้วยการส่องกล้องภายใต้การมองเห็นโดยตรง มีอัตราการกลับเป็นซ้ำ 50% ที่ 48 เดือน
  3. การผ่าเปิดท่อปัสสาวะด้วยเลเซอร์ภายใต้การมองเห็นโดยตรง (Direct vision laser urethrotomy) — ใช้วิธีเดียวกับการใช้มีดผ่าตัด (cold knife) แต่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ ให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน
  4. การผ่าตัดตกแต่งท่อปัสสาวะ (Urethroplasty) — เป็นวิธีมาตรฐานสูงสุด (gold standard) สำหรับบริเวณที่ตีบยาวเกิน 2 ซม. มีอัตราความสำเร็จในระยะยาวสูงที่สุดในบรรดาทางเลือกการรักษาทั้งหมด
การผ่าตัดเปิดท่อปัสสาวะเพื่อรักษาภาวะท่อปัสสาวะตีบ
สำหรับภาวะท่อปัสสาวะตีบที่มีความยาวมาก การผ่าตัดตกแต่งท่อปัสสาวะแบบเปิดให้ผลลัพธ์ในระยะยาวที่ดีที่สุด

เนื่องจากภาวะท่อปัสสาวะตีบเกี่ยวข้องกับการเกิดแผลเป็นตามธรรมชาติ จึงมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้เสมอไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด การมาติดตามผลอย่างสม่ำเสมอและการตรวจพบการกลับเป็นซ้ำตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแลรักษาในระยะยาว การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับความยาวของบริเวณที่ตีบ ตำแหน่ง สาเหตุ และปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะท่อปัสสาวะตีบ

อะไรคือสาเหตุของภาวะท่อปัสสาวะตีบ?

ภาวะท่อปัสสาวะตีบเกิดจากการเกิดแผลเป็นที่ผนังท่อปัสสาวะภายหลังจากเนื้อเยื่อได้รับความเสียหาย โดยมี 4 สาเหตุหลัก ได้แก่ ไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic, 33%) — มักเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บในวัยเด็กที่ไม่ทันสังเกตหรือความผิดปกติแต่กำเนิด, จากหัตถการทางการแพทย์ (iatrogenic, 33%) — จากการผ่าตัดผ่านท่อปัสสาวะหรือการคาสายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน, จากการอักเสบ (inflammatory, 15%) — จากการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, และจากการบาดเจ็บ (traumatic, 19%) — จากกระดูกเชิงกรานหัก การบาดเจ็บจากการคร่อมกระแทก หรือองคชาตหัก ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด เนื้อเยื่อแผลเป็นที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ ทำให้ช่องภายในท่อปัสสาวะตีบแคบลงในระยะเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

วิธีรักษาภาวะท่อปัสสาวะตีบที่ดีที่สุดคืออะไร?

การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับความยาวและตำแหน่งของบริเวณที่ตีบ สำหรับบริเวณที่ตีบสั้น ทางเลือกได้แก่ การถ่างขยายท่อปัสสาวะ (กลับเป็นซ้ำ 60% ที่ 4 ปี) หรือการผ่าเปิดท่อปัสสาวะภายใต้การมองเห็นโดยตรง (ด้วยมีดผ่าตัดหรือเลเซอร์ กลับเป็นซ้ำ 50% ที่ 4 ปี) ส่วนบริเวณที่ตีบยาวเกิน 2 ซม. การผ่าตัดตกแต่งท่อปัสสาวะ (การผ่าตัดสร้างใหม่แบบเปิด) เป็นวิธีมาตรฐานสูงสุด ซึ่งให้อัตราความสำเร็จในระยะยาวสูงที่สุด เนื่องจากการรักษาทุกวิธีมีความเสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำจากกระบวนการเกิดแผลเป็นตามธรรมชาติของร่างกาย การมาติดตามผลกับแพทย์ยูโรวิทยาอย่างสม่ำเสมอหลังการรักษาทุกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็น

อาการแบบใดที่บ่งชี้ถึงภาวะท่อปัสสาวะตีบ?

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือปัสสาวะไหลอ่อนลงเรื่อยๆ อาการอื่นๆ อาจรวมถึงปัสสาวะเริ่มยาก (ต้องรอก่อนปัสสาวะจะไหล) ปัสสาวะออกไม่สุด (มีปัสสาวะหยดตามหลังปัสสาวะเสร็จ) ต้องเบ่งเวลาปัสสาวะ รู้สึกไม่สบายขณะปัสสาวะ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ และในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน หากท่านมีประวัติการบาดเจ็บที่เชิงกราน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การคาสายสวนปัสสาวะมาก่อน หรือการผ่าตัดยูโรวิทยาผ่านกล้อง และสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของลำปัสสาวะ ควรรีบเข้ารับการตรวจประเมินกับแพทย์ยูโรวิทยาโดยเร็ว

หากท่านมีอาการทางระบบปัสสาวะที่อาจเกิดจากภาวะท่อปัสสาวะตีบ นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ให้บริการปรึกษาเฉพาะทางที่โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ นัดหมายปรึกษาแพทย์.

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ

เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

หนึ่งคำตอบ

thไทย

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Dr. Soarawee Weerasopone — Urologist Bangkok

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงเอกสารฉบับเต็ม

อ่านต่อไป