อัปเดตล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2026
ภาวะท่อปัสสาวะตีบเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคลินิกยูโรวิทยาของผม โดยนิยามว่าเป็นการตีบแคบของท่อปัสสาวะช่วงใดช่วงหนึ่ง ข้อมูลจากสหรัฐอเมริการายงานอุบัติการณ์ที่ 0.9% ในผู้ชาย และมีความชุกเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังอายุ 65 ปี
- ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ ทำนัด Online 02-310-3009 bhquro@bdms.co.th
- โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา ชลบุรี 088-022-1445

4 สาเหตุหลักของภาวะท่อปัสสาวะตีบ
- ไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic) (อุบัติการณ์ 33%) — พบบ่อยกว่าในผู้ชายอายุน้อย น่าจะเกิดจากการบาดเจ็บในวัยเด็กที่ไม่ทันสังเกต หรือความผิดปกติแต่กำเนิด
- จากหัตถการทางการแพทย์ (Iatrogenic) (อุบัติการณ์ 33%) — มีประวัติการผ่าตัดส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ หรือการคาสายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน
- จากการอักเสบ (Inflammatory) (อุบัติการณ์ 15%) — มีประวัติการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะ โดยเฉพาะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs)
- จากการบาดเจ็บ (Traumatic) (อุบัติการณ์ 19%) — การบาดเจ็บจากการคร่อมกระแทก กระดูกเชิงกรานหัก หรือองคชาตหัก

ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ความเสียหายที่ท่อปัสสาวะจะกระตุ้นให้เกิดแผลเป็น ซึ่งค่อยๆ ทำให้ช่องท่อปัสสาวะตีบแคบลงในระยะเวลาหลายสัปดาห์ หลายเดือน หรือหลายปี ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ด้วยอาการปัสสาวะไหลอ่อนหรือรู้สึกไม่สบายขณะปัสสาวะ การตรวจประเมินทำได้โดยการส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะชนิดอ่อนเป็นลำดับแรก ตามด้วยการตรวจท่อปัสสาวะด้วยการฉีดสารทึบรังสีย้อนทาง (retrograde urethrography) หากจำเป็น เพื่อระบุความยาวและตำแหน่งของบริเวณที่ตีบ


ทางเลือกในการรักษา สำหรับภาวะท่อปัสสาวะตีบ
- การถ่างขยายท่อปัสสาวะ (Urethral dilation) — การถ่างขยายเป็นชุดด้วยเครื่องมือถ่างขยายชนิดโลหะ ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัด แต่มีอัตราการกลับเป็นซ้ำ 60% เมื่อติดตามผลที่ 48 เดือน
- การผ่าเปิดท่อปัสสาวะด้วยมีดผ่าตัดภายใต้การมองเห็นโดยตรง (Direct vision cold knife urethrotomy) — การกรีดเปิดบริเวณที่ตีบด้วยการส่องกล้องภายใต้การมองเห็นโดยตรง มีอัตราการกลับเป็นซ้ำ 50% ที่ 48 เดือน
- การผ่าเปิดท่อปัสสาวะด้วยเลเซอร์ภายใต้การมองเห็นโดยตรง (Direct vision laser urethrotomy) — ใช้วิธีเดียวกับการใช้มีดผ่าตัด (cold knife) แต่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ ให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน
- การผ่าตัดตกแต่งท่อปัสสาวะ (Urethroplasty) — เป็นวิธีมาตรฐานสูงสุด (gold standard) สำหรับบริเวณที่ตีบยาวเกิน 2 ซม. มีอัตราความสำเร็จในระยะยาวสูงที่สุดในบรรดาทางเลือกการรักษาทั้งหมด

เนื่องจากภาวะท่อปัสสาวะตีบเกี่ยวข้องกับการเกิดแผลเป็นตามธรรมชาติ จึงมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้เสมอไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด การมาติดตามผลอย่างสม่ำเสมอและการตรวจพบการกลับเป็นซ้ำตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดูแลรักษาในระยะยาว การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับความยาวของบริเวณที่ตีบ ตำแหน่ง สาเหตุ และปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะท่อปัสสาวะตีบ
อะไรคือสาเหตุของภาวะท่อปัสสาวะตีบ?
ภาวะท่อปัสสาวะตีบเกิดจากการเกิดแผลเป็นที่ผนังท่อปัสสาวะภายหลังจากเนื้อเยื่อได้รับความเสียหาย โดยมี 4 สาเหตุหลัก ได้แก่ ไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic, 33%) — มักเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บในวัยเด็กที่ไม่ทันสังเกตหรือความผิดปกติแต่กำเนิด, จากหัตถการทางการแพทย์ (iatrogenic, 33%) — จากการผ่าตัดผ่านท่อปัสสาวะหรือการคาสายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน, จากการอักเสบ (inflammatory, 15%) — จากการติดเชื้อที่ท่อปัสสาวะหรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, และจากการบาดเจ็บ (traumatic, 19%) — จากกระดูกเชิงกรานหัก การบาดเจ็บจากการคร่อมกระแทก หรือองคชาตหัก ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด เนื้อเยื่อแผลเป็นที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ ทำให้ช่องภายในท่อปัสสาวะตีบแคบลงในระยะเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
วิธีรักษาภาวะท่อปัสสาวะตีบที่ดีที่สุดคืออะไร?
การเลือกวิธีรักษาขึ้นอยู่กับความยาวและตำแหน่งของบริเวณที่ตีบ สำหรับบริเวณที่ตีบสั้น ทางเลือกได้แก่ การถ่างขยายท่อปัสสาวะ (กลับเป็นซ้ำ 60% ที่ 4 ปี) หรือการผ่าเปิดท่อปัสสาวะภายใต้การมองเห็นโดยตรง (ด้วยมีดผ่าตัดหรือเลเซอร์ กลับเป็นซ้ำ 50% ที่ 4 ปี) ส่วนบริเวณที่ตีบยาวเกิน 2 ซม. การผ่าตัดตกแต่งท่อปัสสาวะ (การผ่าตัดสร้างใหม่แบบเปิด) เป็นวิธีมาตรฐานสูงสุด ซึ่งให้อัตราความสำเร็จในระยะยาวสูงที่สุด เนื่องจากการรักษาทุกวิธีมีความเสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำจากกระบวนการเกิดแผลเป็นตามธรรมชาติของร่างกาย การมาติดตามผลกับแพทย์ยูโรวิทยาอย่างสม่ำเสมอหลังการรักษาทุกวิธีจึงเป็นสิ่งจำเป็น
อาการแบบใดที่บ่งชี้ถึงภาวะท่อปัสสาวะตีบ?
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือปัสสาวะไหลอ่อนลงเรื่อยๆ อาการอื่นๆ อาจรวมถึงปัสสาวะเริ่มยาก (ต้องรอก่อนปัสสาวะจะไหล) ปัสสาวะออกไม่สุด (มีปัสสาวะหยดตามหลังปัสสาวะเสร็จ) ต้องเบ่งเวลาปัสสาวะ รู้สึกไม่สบายขณะปัสสาวะ การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ และในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะปัสสาวะไม่ออกเฉียบพลัน หากท่านมีประวัติการบาดเจ็บที่เชิงกราน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การคาสายสวนปัสสาวะมาก่อน หรือการผ่าตัดยูโรวิทยาผ่านกล้อง และสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของลำปัสสาวะ ควรรีบเข้ารับการตรวจประเมินกับแพทย์ยูโรวิทยาโดยเร็ว
หากท่านมีอาการทางระบบปัสสาวะที่อาจเกิดจากภาวะท่อปัสสาวะตีบ นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ให้บริการปรึกษาเฉพาะทางที่โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ นัดหมายปรึกษาแพทย์.
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ
เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) เป็นศัลยแพทย์ยูโรวิทยา ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชาย, การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (ระบบ da Vinci), และการรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ สำเร็จการศึกษาต่อเฉพาะทางในระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา), Juntendo University Hospital (ญี่ปุ่น), และ Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน) เนื้อหาทางการแพทย์ทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้เขียนและทบทวนโดย นพ.สรวีร์ โดยอิงจากประสบการณ์ทางคลินิกและการฝึกอบรมในระดับนานาชาติ


หนึ่งคำตอบ