อัปเดตล่าสุด: 29 เมษายน 2569
วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องเครื่องวัดความแรงน้ำปัสสาวะหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า Uroflowmetry ในแต่ละวันผมจะต้องดูแลคนไข้หลายๆ ท่านที่มาบ่นด้วยเรื่องอาการปัสสาวะไม่พุ่งหรือพุ่งไม่แรง ซึ่งคำว่า “อาการปัสสาวะไม่พุ่ง” เป็นความรู้สึกส่วนบุคคลที่ไม่สามารถเอามาชี้วัดตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ ยกตัวอย่างเช่นคุณผู้ชายที่ยังอายุไม่มากบ่นด้วยเรื่องปัสสาวะไม่พุ่งแต่จริงๆ แล้วความแรงของน้ำปัสสาวะยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่กลับกันคุณผู้ชายที่อายุมากหลายๆ ท่านไม่ได้บ่นปัสสาวะไม่พุ่งแต่เมื่อวัดความแรงน้ำปัสสาวะพบว่าไม่แรงเลยหรือใกล้ที่จะเข้าเกณฑ์วินิจฉัยปัสสาวะไม่ออกแล้วด้วยซ้ำ ปัญหานี้แหล่ะครับที่ทำให้เกิดเครื่องมือที่เรียกว่า Uroflowmetry
- ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ ทำนัด Online 02-310-3009 bhquro@bdms.co.th
- โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา ชลบุรี 088-022-1445

Uroflowmetry หรือเครื่องวัดความแรงน้ำปัสสาวะ เป็นเครื่องที่ใช้งานได้ง่ายโดยสามารถ วัดปริมาตรน้ำปัสสาวะทั้งหมด สามารถจับระยะเวลาในการปัสสาวะหนึ่งครั้งและวัดความแรงของน้ำปัสสาวะได้ผลออกเป็นทั้งค่าเฉลี่ยและค่าความแรงสูงสุดที่ทำได้ การตรวจด้วยเครื่องวัดความแรงปัสสาวะจะให้คนไข้ปัสสาวะใส่กรวยและเครื่องจะทำการวัดค่าทุกอย่างออกมาอัตโนมัติ
Uroflowmetry หรือเครื่องวัดความแรงน้ำปัสสาวะรายงานผลที่สำคัญดังนี้
- ความแรงของน้ำปัสสาวะสูงสุดหน่วยเป็นมิลลิลิตรต่อวินาที (mL/sec)
- คุณผู้ชายค่าความแรงสูงสุดควรมากกว่า 15 mL/sec และถือว่าปัสสาวะไม่พุ่งจริงเมื่อค่าความแรงสูงสุดต่ำกว่า 10 mL/sec
- คุณผู้หญิงค่าความแรงสูงสุดควรอยู่ในช่วง 20 - 35 mL/sec
- ความแรงของน้ำปัสสาวะเฉลี่ยตลอดการปัสสาวะ
- ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มปัสสาวะจนถึงปัสสาวะมีความแรงสูงสุด
- เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญและควรรายงานค่าไม่เกิน 5 วินาที ในคนปกติ
- ปริมาตรน้ำปัสสาวะทั้งหมดในการปัสสาวะรอบนั้น


Uroflowmetry หรือเครื่องวัดความแรงน้ำปัสสาวะ เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยโรคดังต่อไปนี้
- โรคในคุณผู้ชาย
- โรคต่อมลูกหมากโต
- ท่อปัสสาวะตีบ Urethral stricture
- โรคกระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว
- โรคกระเพาะปัสสาวะบีบตัวได้น้อย
- โรคในคุณผู้หญิง
- ท่อปัสสาวะตีบ Urethral stricture
- โรคกระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว
- โรคกระเพาะปัสสาวะบีบตัวได้น้อย

Uroflowmetry หรือเครื่องวัดความแรงน้ำปัสสาวะ เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการตัดสินว่าคนไข้ปัสสาวะพุ่งจริง หรือปัสสาวะไม่พุ่งจริงอย่างมีหลักการทางวิทยาศาสตร์ หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถปรึกษากับหมอทางเดินปัสสาวะที่คุณไว้ใจ หรือทักผมมาก็ได้ครับ
คุณสามารถเยี่ยมชม Homepage ผมได้ครับ ที่นี่.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ
ยูโรโฟลว์เมทรี คืออะไร และทำงานอย่างไร
การตรวจวัดปริมาณปัสสาวะ (Uroflowmetry) เป็นการตรวจวินิจฉัยแบบง่าย ไม่ล่วงล้ำ ที่ใช้ในการวัดความเร็วและปริมาณของกระแสปัสสาวะขณะปัสสาวะ ผู้ป่วยจะปัสสาวะลงในกรวยพิเศษที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์วัด ซึ่งจะบันทึกข้อมูล เช่น อัตราการไหลสูงสุด อัตราการไหลเฉลี่ย เวลาที่ใช้ในการปัสสาวะ และปริมาณปัสสาวะทั้งหมด ผลลัพธ์จะถูกพิมพ์ออกมาและให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (urologist) ตรวจสอบเพื่อประเมินการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและระบบทางเดินปัสสาวะ.
อัตราการไหลของปัสสาวะปกติสำหรับผู้ชายและผู้หญิง
สำหรับผู้ชาย อัตราการไหลของปัสสาวะสูงสุด (Qmax) ปกติจะมากกว่า 15 มิลลิลิตรต่อวินาที ค่าที่ต่ำกว่า 10 มิลลิลิตรต่อวินาที ถือว่าผิดปกติและอาจบ่งชี้ถึงการอุดตันหรือความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะ สำหรับผู้หญิง ช่วง Qmax ปกติจะอยู่ระหว่าง 20 ถึง 36 มิลลิลิตรต่อวินาที นอกจากนี้ เวลาที่ใช้ในการไหลสูงสุดควรจะอยู่ภายใน 5 วินาทีหลังจากเริ่มปัสสาวะ.
การตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry) จำเป็นในสภาวะใดบ้าง
การตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ (Uroflowmetry) เป็นวิธีการที่นิยมใช้ในการประเมินและติดตามภาวะต่างๆ เช่น ภาวะต่อมลูกหมากโต (BPH), ภาวะท่อปัสสาวะตีบ, กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติจากระบบประสาท (Neurogenic bladder) และกระเพาะปัสสาวะบีบตัวอ่อน (Underactive bladder) ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง ช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะสามารถวัดความรุนแรงของอาการผิดปกติในการปัสสาวะได้อย่างเป็นรูปธรรม และประเมินประสิทธิผลของการรักษาได้.
หากคุณมีอาการปัสสาวะอ่อนแรง หรือปัญหาในการปัสสาวะอื่นๆ ท่านสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นพ. โสระวี วีระโสภณ ได้ที่ โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่. นัดหมายปรึกษาแพทย์.
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ
เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) เป็นศัลยแพทย์ยูโรวิทยา ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชาย, การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (ระบบ da Vinci), และการรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ สำเร็จการศึกษาต่อเฉพาะทางในระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา), Juntendo University Hospital (ญี่ปุ่น), และ Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน) เนื้อหาทางการแพทย์ทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้เขียนและทบทวนโดย นพ.สรวีร์ โดยอิงจากประสบการณ์ทางคลินิกและการฝึกอบรมในระดับนานาชาติ

