อัปเดตล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2026

สายสวนท่อไต (ureteral stent) เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์อย่างมากในการผ่าตัดส่องกล้องระบบทางเดินปัสสาวะ ผู้ป่วยของผมมักถามอยู่เสมอว่า "เจ้าสิ่งนี้คืออะไร?" การใส่สายสวนนี้อันตรายหรือไม่? และอะไรคือสาเหตุของผลข้างเคียงในช่วงที่คาสายสวนท่อไตไว้? ในบทความนี้ ผมจะตอบทุกคำถามที่ท่านสงสัยครับ

DJ stent: ข้อดีและข้อเสีย
DJ stent เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อระบายน้ำปัสสาวะจากไตผ่านท่อไตลงมาถึงกระเพาะปัสสาวะโดยไม่มีสายให้เห็นจากภายนอก

สายระบายท่อท่อไตหรือเรียกกันติดปากในหมู่หมอทางเดินปัสสาวะ “DJ stent” เป็นท่อยางขนาดเล็กที่มีการขดม้วนที่ปลายทั้งสองข้าง มันถูกคิดค้นขึ้นในปี 1976 โดยมีประโยชน์อย่างมากในการรักษาโรคระบบทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากรูปร่างของมันเลียนแบบกายวิภาคของท่อไต ซึ่งมีความยาว 25 centimeter และมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าขนาดของท่อไต จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อรักษารูปทรงของท่อไตในกรณีที่ท่อไตมีความผิดปกตอ เมื่อใส่ DJ stent เรียบร้อย เราจะมั่นใจว่าน้ำปัสสาวะจะไหลจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะอย่างสะดวกโดยไม่มีการอุดตันใดๆ

ข้อบ่งชี้ที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งของการใส่สายสวนท่อไต (DJ stent) คือ ภายหลังการผ่าตัดนิ่วด้วยการส่องกล้อง

ข้อบ่งชี้ของการใส่ท่อระบายท่อไต

  1. ภาวะไตติดเชื้อรุนแรงร่วมกับมีการอุดตันของการระบายน้ำปัสสาวะ
  2. การบาดเจ็บที่รุนแรงต่อไตหรือท่อไตจากอุบัติเหตุ
  3. ภาวะปวดนิ่วอย่างรุนแรง
  4. การใส่สายสวนท่อไตล่วงหน้า (pre-stenting) ก่อนการสลายนิ่วด้วยคลื่นกระแทก (ESWL) ในกรณีนิ่วในไตขนาดใหญ่
  5. ภาวะท่อไตบวมภายหลังการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ผ่านการส่องกล้อง

อายุการใช้งานของสายสวนท่อไต – สายสวนท่อไตมักถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระบบทางเดินปัสสาวะเป็นระยะเวลา 3 เดือน ยิ่งถอดออกเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะเกิดการเกาะติดของแคลเซียมจากปัสสาวะก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น.

อาการที่เกี่ยวข้องกับการใส่สายสวนท่อไต ผู้ป่วยมากถึง 80% มีอาการไม่สบายตัวจากการคาสายสวนท่อไต อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ปัสสาวะบ่อย (50-60%) ปวดปัสสาวะกะทันหันกลั้นไม่อยู่ (57-60%) แสบขัดขณะปัสสาวะ (40%) รู้สึกปัสสาวะไม่สุด (76%) ปวดบริเวณบั้นเอว (19-32%) ปวดบริเวณท้องน้อยเหนือหัวหน่าว (30%) และปัสสาวะมีเลือดปน (25%)

ข่าวดีก็คือ อาการต่าง ๆ ที่เกิดจากการคาสายสวนท่อไตมักจะหายไปเมื่อนำสายสวนออก

ข่าวดีก็คือ อาการต่าง ๆ ที่เกิดจากการคาสายสวนท่อไตมักจะหายไปเมื่อนำสายสวนออก หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับสายสวนท่อไต สามารถปรึกษาศัลยแพทย์ยูโรวิทยาที่ท่านไว้วางใจ หรือหากท่านต้องการสอบถาม ผมไว้พบกันใหม่ครับ

คำถามที่พบบ่อย

สายสวนท่อไต (DJ stent) คืออะไร และใส่ไปเพื่ออะไร?

สายสวนท่อไต ซึ่งมักเรียกกันว่า Double-J (DJ) stent เป็นท่อขนาดเล็กที่ยืดหยุ่นได้ ใส่ไว้ภายในท่อไตเพื่อช่วยให้ปัสสาวะไหลจากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะได้ตามปกติ แพทย์จะใส่สายสวนนี้เมื่อการระบายปัสสาวะถูกอุดกั้นหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ จากสาเหตุต่าง ๆ เช่น นิ่วในไต การบาดเจ็บของท่อไต ภาวะท่อไตบวมภายหลังการผ่าตัดนิ่ว หรือการติดเชื้อในไตอย่างรุนแรง โดยปลายสายทั้งสองด้านที่ขดเป็นรูปก้นหอย (double pigtail) จะช่วยยึดสายสวนไม่ให้เลื่อนหลุดจากตำแหน่ง

สายสวนท่อไตสามารถคาไว้ได้นานเท่าใด?

สายสวนท่อไตมาตรฐานได้รับการออกแบบให้สามารถคาอยู่ในระบบทางเดินปัสสาวะได้อย่างปลอดภัยนานสูงสุดประมาณ 3 เดือน การคาสายสวนไว้นานเกินกว่าที่แนะนำจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหินปูนเกาะ (encrustation) ซึ่งเป็นภาวะที่แคลเซียมจากปัสสาวะสะสมเกาะบนผิวของสายสวน ทำให้การถอดสายสวนทำได้ยากขึ้น ศัลยแพทย์ยูโรวิทยาจะนัดถอดสายสวนทันทีเมื่อไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องคาไว้ต่อไป

ทำไมการคาสายสวนท่อไตจึงทำให้มีอาการระคายเคืองทางระบบทางเดินปัสสาวะ?

อาการไม่สบายตัวจากการคาสายสวนท่อไตพบได้บ่อยมาก โดยเกิดกับผู้ป่วยมากถึง 80% เนื่องจากร่างกายรับรู้ว่าสายสวนเป็นสิ่งแปลกปลอม ท่อไตจึงพยายามบีบตัวเพื่อขับสายสวนออกตามธรรมชาติ จึงทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปวดปัสสาวะกะทันหันกลั้นไม่อยู่ ปวดบริเวณบั้นเอว และปัสสาวะมีเลือดปน อาการเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดหมายได้และไม่ใช่สัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง โดยอาการต่าง ๆ มักจะหายไปเมื่อนำสายสวนออก

ขณะที่คาสายสวนท่อไต สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหรือไม่?

ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถทำกิจกรรมเบา ๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติขณะที่คาสายสวนท่อไตอยู่ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก การยกของหนัก และการออกกำลังกายอย่างหนัก อาจทำให้อาการไม่สบายตัวจากสายสวนแย่ลงได้ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยาอาจสั่งจ่ายยาเพื่อช่วยลดการบีบเกร็งของกระเพาะปัสสาวะและอาการปวดปัสสาวะกะทันหัน เพื่อให้ท่านรู้สึกสบายตัวมากขึ้นในช่วงที่คาสายสวน ทั้งนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องกิจกรรมที่ศัลยแพทย์ยูโรวิทยากำหนดให้เป็นการเฉพาะรายเสมอ

การถอดสายสวนท่อไตทำอย่างไร?

โดยทั่วไป การถอดสายสวนท่อไตทำได้โดยใช้กล้องส่องกระเพาะปัสสาวะชนิดอ่อน (flexible cystoscope) สอดผ่านท่อปัสสาวะ ภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่ และสามารถทำได้แบบผู้ป่วยนอก สายสวนบางชนิดจะมีสายดึงต่อออกมาผ่านทางท่อปัสสาวะ ซึ่งช่วยให้ถอดได้โดยไม่ต้องใช้กล้องส่อง การถอดสายสวนโดยทั่วไปทำได้รวดเร็วและไม่ซับซ้อน และอาการต่าง ๆ ที่เกิดจากสายสวนมักจะทุเลาลงทันทีหลังถอดออก

หากคุณมีคำถามเกี่ยวกับสายสวนท่อไต หรือกำลังมีอาการที่น่ากังวล นพ.สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) ให้บริการปรึกษาเฉพาะทางที่โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ นัดหมายปรึกษาแพทย์.

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ

เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

thไทย

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Dr. Soarawee Weerasopone — Urologist Bangkok

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงเอกสารฉบับเต็ม

อ่านต่อไป