อัปเดตล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2026
หัวข้อนี้ผมจะพูดถึงวิธีการฉีดฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ด้วยตัวเองผ่านกล้ามเนื้อซึ่งเป็นการรักษา 1 ใน 4 ของ ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ.

เนื่องจากพวกเราทุกคนทราบดีว่า ภาวะขาดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน กลุ่มอาการนี้เป็นโรคที่ขึ้นอยู่กับวัย และเป็นที่น่ากังวลมากขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่สุภาพบุรุษในปัจจุบัน การมีระดับเทสโทสเตอโรนในเซรั่มต่ำอาจทำให้สูญเสียพลังงาน อารมณ์หดหู่ ซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มี 3 ช่องทางที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA สำหรับการให้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเสริม.
- การรับประทานฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ทดแทน
- การใช้ครีมฮอร์โมนเพศชาย Testosterone เฉพาะที่
- การฉีดฮอร์โมนเพศชาย Testosterone เข้ากล้ามเนื้อ
ในทั้ง 3 แนวทางการใช้ยามีข้อดีและข้อเสียของมันครับ ซึ่งวันนี้ผมจะพูดเฉพาะการฉีดเข้ากล้ามเนื้อเท่านั้น โดยปกติการฉีดเข้ากล้ามเนื้อจะต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่สถานพยาบาลเท่านั้น และตำแหน่งในการฉีดยาที่นิยมที่สุดอยู่บริเวณก้นครับ
อย่างไรก็ตาม การฉีดฮอร์โมนเพศชาย Testosterone บางชนิด เช่น Testosterone Enanthate 250 มิลลิกรัม ต้องฉีด ทุก ๆ 2 – 3 สัปดาห์ ซึ่งทำให้ท่านชายต้องเสียเวลามาที่โรงพยาบาลบ่อยๆ จนมีคนไข้หลายคนถามผมว่า สามารถฉีดเองได้หรือไม่? คำตอบคือ “ได้นะครับ แต่ไม่ใช่ที่ก้น” ตำแหน่งในการฉีดฮอร์โมนเพศชาย Testosterone เข้ากล้ามด้วยตัวเองคือ บริเวณต้นขา ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังครับ

***ก่อนอื่น ผมต้องบอกคุณว่าอย่าพยายามฉีดฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ครั้งแรกด้วยตัวเองนะครับ คุณต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์จนกว่าคุณจะทำได้ถูกต้องก่อนครับ

ตำแหน่งในการฉีดฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ด้วยตัวเอง
- ส่วนกลางของต้นขาด้านนอก
- โดยแบ่งต้นขาด้านนอกออกเป็น 3 ส่วน ด้วยเส้นสมมติดังนี้ครับ
- ต้นขาส่วนแรกจะอยู่ใกล้ก้น
- ส่วนกลาง -> เป็นบริเวณที่เราจะฉีดยาเข้ากล้ามนะครับ
- ต้นขาส่วนท้ายจะอยู่ติดหัวเข่า
สิ่งที่ต้องเตรียม
- แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ
- Testoviron 250 มิลลิกรัม ***อย่าลืมตรวจสอบวันหมดอายุก่อนเสมอนะครับ
- กระบอกฉีดยา 3 mL
- เข็มเบอร์ 18 สำหรับดูดยา Testoviron จากขวด
- เข็มเบอร์ 24 สำหรับฉีดเข้ากล้าม
คำแนะนำในการฉีดฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ด้วยตนเองผ่านกล้ามเนื้อ
- หาที่นั่งสบายๆ และเตรียมทุกอย่างดังกล่าวไว้ให้เรียบร้อย
- เลือกว่าจะฉีดเข้าต้นขาด้านซ้ายหรือขวา
- จินตนาการเส้นสมมติที่อยู่ส่วนตรงกลางของต้นขาด้านนอก
- ทาแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อที่ต้นขาด้านนอกส่วนกลาง รอจนแห้ง
- ดูดยา Testoviron 250 Milligram จากขวดด้วยเข็มฉีดยา 3 mL โดยเข็มหมายเลข 18
- กำจัดอากาศทั้งหมดออกจากหลอดฉีดยา 3 mL โดยเหลือไว้เพียงยา Testoviron เท่านั้น (ไม่อนุญาตให้ฉีดฟองอากาศเข้าไปในร่างกายของเรานะครับ)
- ถอดเข็มเบอร์ 18 ออกและใส่เข็มเบอร์ 24 เตรียมพร้อมฉีดเข้ากล้าม
- ค่อยๆ แทงเข็มฉีดยาที่ส่วนตรงกลางของต้นขาด้านนอกจนเข็มฉีดยาส่วนโลหะฝังมิดในผิวหนังทั้งหมด
- ค่อย ๆ ลองดูดกระบอกฉีดยาเพื่อให้แน่ใจว่าส่วนปลายของเข็มไม่อยู่ในหลอดเลือด (เราไม่ต้องการฉีดยาเข้าหลอดเลือดโดยตรงนะครับ)
- ค่อยๆ ฉีดยา Testoviron จนกระทั่งยาทั้งหมดเข้าสู่กล้ามเนื้อ
- ค่อยๆ นำเข็มออกจากต้นขาแล้วกดบริเวณที่ฉีดด้วยสำลีจนมั่นใจว่าไม่มีเลือดออก
ผลข้างเคียงที่อาจพบจากการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ
- ปวดกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด

ผมต้องย้ำอีกครั้งครับว่าการฉีดฮอร์โมนเพศชาย Testosterone เข้ากล้ามด้วยตนเองต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์จนชำนาญก่อนจึงค่อยทำเอง หากมีคำถามใดๆ ลองปรึกษาหมอทางเดินปัสสาวะที่คุณไว้ใจ หรือลองทักผมได้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ
คุณสามารถเยี่ยมชม Homepage ผมได้ครับ ที่นี่.
หากคุณกำลังพิจารณาการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายทดแทน (testosterone replacement therapy) นพ.สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) ให้บริการปรึกษาเป็นความลับที่โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ นัดหมายปรึกษาแพทย์.
คำถามที่พบบ่อย
ผมสามารถฉีดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนด้วยตนเองที่บ้านได้หรือไม่?
สามารถทำได้ครับ แต่ต้องเป็นการฉีดด้วยตนเองภายหลังจากที่ได้รับการฝึกสอนและอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์จนมีความชำนาญเพียงพอแล้วเท่านั้น นพ.สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) แนะนำอย่างยิ่งว่าไม่ควรฉีดด้วยตนเองเป็นครั้งแรกตามลำพัง โดยในการฉีดช่วงแรก ๆ ควรมีบุคลากรทางการแพทย์อยู่ดูแลด้วยเสมอ
ตำแหน่งที่เหมาะสมในการฉีดเทสโทสเตอโรนเข้ากล้ามด้วยตนเองคือตำแหน่งใด?
ตำแหน่งที่แนะนำสำหรับการฉีดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเข้ากล้ามเนื้อด้วยตนเอง คือบริเวณต้นขาด้านนอกส่วนกลาง โดยตำแหน่งต้นขาเป็นที่นิยมมากกว่าบริเวณสะโพกสำหรับการฉีดด้วยตนเอง เพราะเข้าถึงและมองเห็นได้ง่ายกว่าด้วยตัวเอง ทั้งนี้ ควรฉีดที่บริเวณส่วนกลางของต้นขาด้านนอก โดยให้แบ่งต้นขาออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กันในจินตนาการ แล้วฉีดที่ส่วนกลาง
การฉีดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนด้วยตนเองต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง?
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ได้แก่ สำลีชุบแอลกอฮอล์ ยา Testoviron ขนาด 250 มิลลิกรัม (ควรตรวจสอบวันหมดอายุทุกครั้ง) กระบอกฉีดยาขนาด 3 มิลลิลิตร เข็มเบอร์ 18 สำหรับดูดตัวยา และเข็มเบอร์ 24 สำหรับใช้ฉีดจริง ทั้งนี้ ห้ามนำเข็มกลับมาใช้ซ้ำโดยเด็ดขาด และต้องทิ้งเข็มที่ใช้แล้วอย่างปลอดภัยทุกครั้ง
ผมต้องฉีดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนบ่อยแค่ไหน?
ความถี่ในการฉีดขึ้นอยู่กับชนิดของยาเทสโทสเตอโรนที่แพทย์สั่งจ่าย ตัวอย่างเช่น ยา Testoviron (Testosterone Enanthate) ขนาด 250 มิลลิกรัม โดยทั่วไปจะฉีดทุก 2 ถึง 3 สัปดาห์ ทั้งนี้ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยาจะเป็นผู้กำหนดตารางการฉีดที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและการตอบสนองต่อการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย
ผลข้างเคียงของการฉีดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนด้วยตนเองมีอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคืออาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อชั่วคราวบริเวณที่ฉีด ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกว่า เช่น การฉีดยาเข้าไปในหลอดเลือดโดยตรงนั้นพบได้น้อย แต่สามารถป้องกันได้โดยการดึงลูกสูบของกระบอกฉีดยากลับทุกครั้งก่อนฉีด เพื่อยืนยันว่าปลายเข็มไม่ได้อยู่ในหลอดเลือด ทั้งนี้ หากมีอาการปวด บวม หรือแดงผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ทันที
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ
เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) เป็นศัลยแพทย์ยูโรวิทยา ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชาย, การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (ระบบ da Vinci), และการรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ สำเร็จการศึกษาต่อเฉพาะทางในระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา), Juntendo University Hospital (ญี่ปุ่น), และ Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน) เนื้อหาทางการแพทย์ทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้เขียนและทบทวนโดย นพ.สรวีร์ โดยอิงจากประสบการณ์ทางคลินิกและการฝึกอบรมในระดับนานาชาติ


2 การตอบสนอง