อัปเดตล่าสุด: 18 กรกฎาคม 2026

ในฐานะศัลยแพทย์ยูโรวิทยาและทุนแพทย์นักวิจัยประจำ Baylor College of Medicine ส่วนสำคัญในการทำงานของผมในแต่ละวัน คือการช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องและทันสมัยที่สุด ท่ามกลางข้อมูลด้านสุขภาพเพศชายที่หลากหลายและสับสนในปัจจุบัน หนึ่งในหัวข้อที่สร้างความเข้าใจผิด—และมีการโฆษณาเชิงพาณิชย์มากที่สุด—คือเรื่อง "Low T" หรือ ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย (Male Hypogonadism)

เมื่อไม่นานมานี้ วารสาร The Lancet Diabetes & Endocrinology ได้เผยแพร่งานวิจัยขนาดใหญ่ประจำปี 2024 ครอบคลุมตั้งแต่กลไกการเกิดโรค การวินิจฉัย ไปจนถึงการรักษาภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย โดยรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยทางคลินิกล่าสุด รวมถึงการศึกษา TRAVERSE ที่ถือเป็นงานวิจัยหลักซึ่งเปลี่ยนแปลงมุมมองและแนวทางการรักษาภาวะนี้ไปอย่างสิ้นเชิง

หากคุณเป็นผู้ชายวัย 40+ ที่เริ่มสงสัยว่าระดับฮอร์โมนเพศชายของตนเองปกติหรือไม่ นี่คือข้อมูลที่คุณควรรู้ทั้งหมด สรุปจากหลักฐานทางการแพทย์ล่าสุด

ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำในปี 2024 — 6 ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงจากการวิจัยซึ่งผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไปควรรู้เกี่ยวกับภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย การศึกษา TRAVERSE และความปลอดภัยในการรักษา โดย พญ. โสระวี โรงพยาบาลกรุงเทพ
ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายปี 2024: 6 เรื่องที่คุณต้องรู้ — สรุปภาพรวมงานวิจัยล่าสุดแบบเข้าใจง่าย

ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายแบบ Organic (แบบที่แก้ไขไม่ได้) vs. Functional (แบบที่แก้ไขได้): ความแตกต่างที่ผู้ป่วยควรเข้าใจ

ในทางการแพทย์ เราไม่ได้มองว่าภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายทุกกรณีเหมือนกันทั้งหมด แต่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้:

  1. ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิดมีพยาธิสภาพ (Organic / Classical Hypogonadism): เกิดจากความผิดปกติของแกนการทำงานของระบบฮอร์โมน Hypothalamic-Pituitary-Testicular (HPT) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นความผิดปกติที่ติดตัวและไม่สามารถแก้ไขให้กลับเป็นปกติได้ ภาวะที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ เช่น กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter's syndrome) หรือผู้ที่เคยผ่านการรักษาที่ส่งผลต่ออัณฑะมาก่อน การรักษาที่ตรงจุดที่สุดคือ การให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน (Testosterone Replacement Therapy หรือ TRT)
  2. ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิดที่เกิดในวัยสูงอายุ (Functional / Late-Onset Hypogonadism): ภาวะนี้คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้การใช้ฮอร์โมนเพศชายทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะถูกกดต่ำลงจากปัจจัยภายนอก ได้แก่ โรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคร่วมที่มาพร้อมกับอายุที่เพิ่มขึ้น โดยไม่มีความเสียหายถาวรต่อโครงสร้างของระบบสืบพันธุ์

แล้วความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคืออะไร? ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิด Functional มักรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ หากแก้ไขปัจจัยภายนอกที่เป็นต้นเหตุ เช่น ลดน้ำหนักส่วนเกิน

อาการที่แท้จริงของภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายมีอะไรบ้าง?

ในคลินิก ผมพบผู้ป่วยชายจำนวนมากที่เชื่อว่าอาการอ่อนเพลียหรืออารมณ์หงุดหงิดของตนเองเกิดจากภาวะ Low T แม้อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องได้บ้าง แต่หลักฐานทางการแพทย์ปี 2024 ชี้ชัดเจนว่า อาการทางเพศ คือสัญญาณที่แม่นยำและบ่งชี้ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายที่แท้จริงได้ดีที่สุด

ชายสูงอายุรู้สึกเหนื่อยและพลังงานต่ำ — เป็นอาการทั่วไปของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ (ภาวะต่อมเพศชายทำงานบกพร่อง) ในชายอายุมากกว่า 40 ปี
ผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไปที่มีอาการอ่อนเพลียและพลังงานลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเชื่อมโยงกับระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ลดลง

วิธีตรวจฮอร์โมนเพศชายที่ถูกต้อง

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่ผมพบบ่อยที่สุดในเวชปฏิบัติ คือการตรวจฮอร์โมนที่ไม่ถูกวิธี เพราะหากเราต้องการประเมินระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนรวม (Total Testosterone) อย่างแม่นยำ การตรวจจำเป็นต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ถูกต้อง

ชายชาวเอเชียที่มีอาการสมองล้าและมีอารมณ์ซึมเศร้า — อาการรองของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำในผู้ชาย
ภาวะสมองล้า ความรู้สึกขาดแรงจูงใจ และอารมณ์ที่แปรปรวน อาจเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่บ่งชี้ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายได้

แนวทางการรักษาและความปลอดภัยตามมาตรฐานปี 2024

สำหรับผู้ป่วยชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิด Functional ที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน การดูแลสุขภาพโดยรวมและการลดน้ำหนัก ยังคงเป็นแนวทางการรักษามาตรฐานสูงสุด (Gold Standard) ที่ได้รับการยอมรับ เพราะการลดน้ำหนักส่วนเกินสามารถทำให้ภาวะนี้กลับเป็นปกติได้อย่างสมบูรณ์ในผู้ป่วยจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตไม่เพียงพอ การรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายทดแทน (Testosterone Therapy หรือ TTh) ก็เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงในการบรรเทาอาการทางเพศได้ คำถามคือ การรักษานี้ปลอดภัยจริงหรือไม่? การศึกษา TRAVERSE ที่ตีพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้ ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนและสร้างความมั่นใจได้ ดังนี้:

สรุปประเด็นสำคัญ

หากคุณเป็นผู้ชายวัย 40 ปีขึ้นไป ที่เริ่มรู้สึกว่าสุขภาพทางเพศถดถอยลง ร่วมกับอาการเหนื่อยล้าหรือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น นี่คือสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่างกับคุณ แม้ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิด Functional จะเป็นภาวะทางเมตาบอลิซึมที่มีความซับซ้อน แต่ก็สามารถดูแลรักษาให้ดีขึ้นได้

การจำแนกภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายจากสาเหตุทางกายภาพออกจากสาเหตุจากการทำงานของร่างกาย เป็นตัวกำหนดว่าจะให้การรักษาด้วยฮอร์โมนหรือการเผาผลาญ และการจำแนกนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของ การประเมินและรักษาภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ เส้นทาง.

หากคุณกำลังมีอาการที่อาจเข้าข่ายภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย และต้องการเข้ารับการตรวจประเมินอย่างละเอียด นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ให้บริการปรึกษาเฉพาะทางด้านสุขภาพเพศชายและการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายทดแทน ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ นัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ

อาการของภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?

อาการที่บ่งชี้ภาวะนี้ได้จำเพาะที่สุดคืออาการทางเพศ ได้แก่ ความต้องการทางเพศลดลง การไม่มีการแข็งตัวเองของอวัยวะเพศในตอนเช้า และภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ส่วนอาการรองที่อาจพบ ได้แก่ อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ มวลกล้ามเนื้อลดลง และอารมณ์ซึมเศร้า

ความแตกต่างระหว่างภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิด Organic และ Functional คืออะไร?

ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิด Organic เกิดจากความเสียหายถาวรของแกนการทำงานของฮอร์โมน จึงมักจำเป็นต้องรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายทดแทน ในขณะที่ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิด Functional เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะอ้วนหรือโรคเบาหวาน และมักสามารถกลับเป็นปกติได้เมื่อปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต

ตรวจฮอร์โมนเพศชายอย่างไรให้ได้ผลแม่นยำ?

ควรเจาะเลือดในช่วงเช้า ระหว่างเวลา 7:00–10:00 น. โดยต้องงดอาหารก่อนการตรวจ และหากผลตรวจครั้งแรกพบว่าต่ำ ควรยืนยันด้วยการเจาะเลือดซ้ำในวันอื่นเสมอ

การรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายทดแทน (TTh) ปลอดภัยต่อหัวใจและต่อมลูกหมากหรือไม่?

จากผลการศึกษา TRAVERSE พบว่าการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายทดแทนในระยะสั้นถึงระยะกลาง ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจ อีกทั้งงานวิจัยทางคลินิกที่มีมาตรฐานสูงยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ความสัมพันธ์ระหว่างการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศชายทดแทนกับความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมาก

ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ใช้ยาหรือไม่?

ทำได้ครับ — ในกรณีของภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายชนิด Functional การลดน้ำหนักและการรักษาภาวะที่เป็นสาเหตุ เช่น โรคอ้วนหรือเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชายกลับมาเป็นปกติได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยา

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ

เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

thไทย

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Dr. Soarawee Weerasopone — Urologist Bangkok

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงเอกสารฉบับเต็ม

อ่านต่อไป