Last updated: 6 มีนาคม 2024
มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ประสบปัญหาขาดฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone deficiency syndrome) ที่ต้องการเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy) ที่คลินิคของผม อย่างที่เราทราบดีครับว่าฮอร์โมน Testosterone เป็นฮอร์โมนที่ให้ท่านชายมีสุขภาพที่ดีแข็งแรง ระดับฮอร์โมนเพศชายที่เพียงพอจะทำให้เราสดใสดูอ่อนเยาว์ ระดับฮอร์โมนเพศชายจะถึงระดับสูงสุดเมื่ออายุ 30 และจะค่อยๆ ลดลงโดยประมาณ 1% ต่อปี หน้าที่ของฮอร์โมนเพศชายมีบทบาทหลักในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ความต้องการทางเพศและอารมณ์ที่สดชื่นในท่านชาย

ทุกๆ อย่างมีข้อดีและข้อเสียของมัน ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรทราบก่อนที่จะเริ่มรักษาด้วยการเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy) มาดูกันครับ

ข้อดีของการเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy)
- สามารถเพิ่มความต้องการทางเพศและแก้ปัญหานกเขาไม่ขัน – ปริมาณฮอร์โมนเพศชายในเลือดสัมพันธ์กับระดับความต้องการทางเพศและการแข็งตัวของอวัยวะเพศ มีคำแนะนำทางการแพทย์ว่า เราสามารถลองเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy) ในระยะสั้นก่อนในคนไข้ใหม่ ก่อนที่จะพิจารณาให้ในระยะยาวครับ

- เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก (Bone density)
- เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ (Muscle mass) และลดมวลไขมัน
- ทำให้อารมณ์คงที่ สุขภาพโดยรวมดีขึ้นและแก้ปัญหาเมื่อยล้า – ในบางครั้งปัญหาขาดฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone deficiency syndrome) ถูกเรียกว่าภาวะวัยทองของผู้ชาย การเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy) จะช่วยแก้ปัญหาอาการวัยทองในผู้ชายได้
- การรายงานป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ – มีงานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นว่าระดับฮอร์โมนเพศชายที่สูงขึ้น จะทำให้ความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์น้อยลง
- สามารถรักษาภาวะโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจได้ – การเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy) ทำให้ภาวะดื้อต่ออินซูลินลดลงและลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง เบาหวานและโรคไขมันในเส้นเลือดได้
ข้อเสียของการเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy)
- อาจทำให้โรคต่อมลูกหมากโต (BPH) แย่ลง - โรคต่อมลูกหมากโตเป็นภาวะของต่อมลูกหมากเสื่อม ซึ่งโรคนี้จะดีขึ้นด้วยระดับฮอร์โมนเพศชายที่ลดลง ในทางตรงกันข้าม การเพิ่มฮอร์โมนเพศชายอาจทำให้อาการแย่ลงได้
- ทำให้โรคมะเร็งต่อมลูกหมากแย่ลง – การเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy) ถือเป็นข้อห้ามของการรักษาในคนไข้ที่เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเนื่องจากการรักษาจะทำให้โรคมะเร็งต่อมลูกหมากลุกลามมากขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากก่อนทุกรายครับ

- ความเสี่ยงของการเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงเข้มข้นสูง (Polycythemia) การเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy) จะกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงโดยตรง ส่งผลดีในการเพิ่มการลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะส่วนปลาย แต่ถ้าความเข้มข้นมากเกินไปอาจเป็นปัญหาได้ เช่น มีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันสูงขึ้น นั่นเป็นเหตุผลที่เราจะต้องตรวจเลือดเป็นประจำในระหว่างการรักษาด้วยการเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy)
- มีความต้องการทางเพศมากเกินพอดีและนิสัยก้าวร้าวมากขึ้น – จากระดับฮอร์โมนเพศชายที่เพิ่มขึ้น แต่พบไม่มากครับ
- มีเต้านมีคล้ายผู้หญิง (Gynecomastia) เมื่อมีการรักษาด้วยการเพิ่มฮอร์โมนเพศชายด้วยยา (Testosterone replacement therapy) เป็นระยะเวลานาน
- การลดขนาดของลูกอัณฑะและภาวะอสุจิไม่แข็งแรง – การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลหลังจากเริ่มการรักษาประมาณ 10 สัปดาห์ และจะกลับมาเป็นปกติเมื่อหยุดการรักษาเป็นเวลา 18 เดือนครับ
คุณสามารถเยี่ยมชม Homepage ของผมได้ ที่นี่.





หัวข้อ สุขภาพของผู้ชาย
Medically written & reviewed by: Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) — Board-Certified Urologist, Bangkok Hospital Headquarters. International Fellow: Baylor College of Medicine (USA) · Juntendo University (Japan) · Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan).

Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) is a board-certified urologist at Bangkok Hospital Headquarters, specializing in Men’s Health, Robotic Surgery (Da Vinci System), and Kidney Stone treatment. He has completed international fellowships at Baylor College of Medicine (USA), Juntendo University Hospital (Japan), and Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan). All medical content on this site is written and reviewed by Dr. Soarawee based on his clinical experience and international training.





