Last updated: มีนาคม 8, 2024
นิ่วในไตเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากที่คลินิคทางเดินปัสสาวะของผมครับ หลังจากที่ผมได้ทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับอุบัติการณ์ของนิ่วในไต พบว่าประชากรสหรัฐอเมริกาและยุโรปอย่างน้อย 10% ประสบปัญหานี้อย่างน้อยหนึ่งครั้งในตลอดทั้งชีวิต ซึ่งบางงานวิจัยมีรายงานถึง 17% ของประชากรทั่วไปเลยครับในหัวข้อนี้เราจะมาหาสาเหตุที่ทำให้เกิดนิ่วในไตกันครับ
- ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ ทำนัด Online 02-310-3009 bhquro@bdms.co.th
- โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา ชลบุรี 088-022-1445
- โรงพยาบาลกรุงเทพสิริโรจน์ ภูเก็ต ทำนัด Online 099-424-1583 info@phuketinternational.com
ทำไมจึงเกิดนิ่วในไต? – เป็นคำถามที่ตอบอย่างเฉพาะเจาะจงได้ยากมากๆ ครับ เพราะนิ่วในไตเกิดขึ้นจากหลากหลายปัจจัย ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากร่างกายแล้วขับออกทางน้ำปัสสาวะ ไตจึงเป็นที่ที่ไอออนหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสเฟต กรดยูริก และออกซาเลต (Oxalate) มีความเข้มข้นสูง เมื่อไอออนมีความเข้มข้นถึงระดับสูงสุด ก็เริ่มก่อตัวเป็นนิ่วในไต

นิ่วในไตเกิดจาก 2 ปัจจัยกว้างๆ
- ปัจจัยจากตัวคนไข้เอง
- เชื้อชาติเผ่าพันธุ์ – ชาวแอฟริกันอเมริกันและคอเคเซียนมีรายงานอุบัติการณ์นิ่วในไตมากกว่าชาวเอเชีย และบางเชื้อชาติโดยเฉพาะชาวกัมพูชาและชาวไทยทางตะวันออกเฉียงเหนือมักประสบกับโรคนิ่วในไตที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอีกด้วย
- เพศ – ผู้ชายพบนิ่วในไตมากกว่าผู้หญิงด้วยอัตราส่วนประมาณ 2:1
- อายุ – นิ่วในไตมีรายงานมากในช่วงอายุระหว่าง 40 – 60 ปี
- ประวัติโรคประจำตัว – โรคอ้วนและโรคเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในไต 55% และ 59% ตามลำดับ โดยสามารถอธิบายได้ง่ายๆ ว่าโรคเหล่านี้จะทำให้ร่างกายขับไอออนในปัสสาวะมากกกว่าปกติ



- ปัจจัยแวดล้อม
- ลักษณะภูมิศาสตร์ – ประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิอากาศเขตร้อนมีรายงานอุบัติการณ์มากกว่า เหตุผลก็คือ คนที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศร้อนมักจะสูญเสียน้ำในร่างกายได้ง่ายจากเหงื่อออก ส่งผลให้น้ำปัสสาวะออกน้อยลง ทำให้ไอออนในปัสสาวะมีความเข้มข้นมากขึ้น
- ปริมาณน้ำดื่มต่อวัน – การดื่มน้ำมากๆ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดความเสี่ยงนิ่วในไต โดยทุก ๆ 500 mL ของการบริโภคน้ำที่เพิ่มขึ้นต่อวันจะลดอุบัติการณ์นิ่วในไตได้อย่างมาก ( ปริมาณน้ำที่แนะนำต่อวัน – 2,500 mL )
- ภาวะโภชนาการ – การบริโภคโซเดียมสูง (High sodium) ออกซาเลตสูง (High oxalate) วิตามินซีสูง (High vitamin C) การรับประทานแคลเซียมที่ไม่สมดุลล้วนเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดนิ่วในไต
- การบริโภคซิเตรตไม่เพียงพอ – ไอออนซิเตรต (Citrate) มีประสิทธิภาพในการต่อต้านนิ่วในไต พบมากในมะนาว โดยแนะนำให้ดื่มน้ำมะนาว 1 ถ้วยต่อวันในผู้ป่วยที่มีประวัตินิ่วในไต



บางครั้งนิ่วในไตมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าโรคเมตาบอลิซึมเนื่องจากมีปัจจัยเกี่ยวข้องมากมาย ซึ่งมักทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยนิ่วในไตประสบความยากลำบากในการดูแลตัวเองครับ การให้คำแนะนำที่ดีและความเชื่อใจระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยจะช่วยลดอัตราการเกิดซ้ำของนิ่วในไตได้ครับ
ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆ ลองทัก ผม.





หัวข้อ นิ่วในไต
Medically written & reviewed by: Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) — Board-Certified Urologist, Bangkok Hospital Headquarters. International Fellow: Baylor College of Medicine (USA) · Juntendo University (Japan) · Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan).

Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) is a board-certified urologist at Bangkok Hospital Headquarters, specializing in Men’s Health, Robotic Surgery (Da Vinci System), and Kidney Stone treatment. He has completed international fellowships at Baylor College of Medicine (USA), Juntendo University Hospital (Japan), and Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan). All medical content on this site is written and reviewed by Dr. Soarawee based on his clinical experience and international training.






One Response