อัปเดตล่าสุด: 18 กรกฎาคม 2026
วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเรื่องยาทาดาลาฟิลชนิดรับประทาน ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าในปัจจุบัน สุขภาพทางเพศของผู้ชายได้รับความสนใจและให้ความสำคัญมากขึ้น การมีชีวิตทางเพศที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาวะที่ดูอ่อนเยาว์เช่นกัน

วันนี้เราจะพูดถึงรายละเอียดของหนึ่งในยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศชนิดรับประทานที่ดีที่สุดในบรรดายากลุ่มเดียวกัน ยาตัวที่ดีที่สุดนี้ก็คือ ทาดาลาฟิล พร้อมทุกเรื่องที่ท่านต้องรู้เกี่ยวกับยาชนิดนี้
การปฏิวัติวงการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 หลังจากที่บริษัทยาชื่อดังระดับโลกอย่าง Pfizer เปิดตัวยาชนิดรับประทานกลุ่มยับยั้งเอนไซม์ PDE5 (PDE5 inhibitor) ตัวแรกของโลก นั่นคือซิลเดนาฟิล (Sildenafil / Viagra) หลังจากใช้กันไปทั่วโลกได้ระยะหนึ่ง ซิลเดนาฟิลก็ถูกร้องเรียนเรื่องระยะเวลาออกฤทธิ์ที่สั้น (3 – 5 ชั่วโมง) และผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์บางอย่าง เช่น อาการหน้าแดงและตาพร่ามัว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทาดาลาฟิลถูกคิดค้นขึ้น และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USA FDA) ในปี ค.ศ. 2003

กลไกการออกฤทธิ์ของยาทาดาลาฟิล
- ออกฤทธิ์ที่เนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดการแข็งตัวภายในองคชาต
- ฤทธิ์ของยาคือการรักษาระดับสารสื่อประสาทที่สำคัญต่อการแข็งตัว นั่นคือไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide / NO)
- เมื่อเกิดการกระตุ้นทางเพศ จะมีสัญญาณจากสมองส่งผ่านไขสันหลังไปยังเนื้อเยื่อองคชาต จากนั้นเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดการแข็งตัว ซึ่งได้รับการเสริมฤทธิ์จากทาดาลาฟิลอยู่แล้ว ก็จะแข็งตัวได้ง่ายขึ้น

ทาดาลาฟิลไม่ใช่ยาที่ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เมื่อท่านเกิดอารมณ์ทางเพศด้วยตัวเอง องคชาตจะแข็งตัวได้ง่ายขึ้นและแข็งแรงขึ้น
จุดเด่นของยาทาดาลาฟิล
- มีโอกาสช่วยให้ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศดีขึ้นถึง 70%
- ออกฤทธิ์นานถึง 36 ชั่วโมง
- รับประทานได้อย่างอิสระ แม้พร้อมอาหารที่มีไขมันสูงหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ผลข้างเคียง: ปวดศีรษะ (12%), อาการอาหารไม่ย่อย (7%), ปวดหลัง (6%), หน้าแดง (3%)
ข้อห้ามใช้: ห้ามรับประทานร่วมกับยากลุ่มไนเตรต (ยาอมใต้ลิ้นสำหรับอาการเจ็บหน้าอก) ผู้ที่เพิ่งมีประวัติโรคหลอดเลือดสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และผู้ที่แพ้ยาทาดาลาฟิล
เพื่อความปลอดภัยของท่าน กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ยูโรวิทยาที่ท่านไว้วางใจก่อนใช้ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศชนิดรับประทานทุกชนิด แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ!
Tadalafil is only one of several first-line options, and it does not suit every patient. When oral therapy is insufficient or contraindicated, review the full range of ED treatment options — including shockwave therapy, intracavernosal injection, and penile prosthesis.
คำถามที่พบบ่อย
Q1: ยาทาดาลาฟิลออกฤทธิ์รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอย่างไร?
ทาดาลาฟิลเป็นยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ PDE5 (PDE5 inhibitor) ที่ออกฤทธิ์โดยการรักษาระดับไนตริกออกไซด์ (NO) ในเนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดการแข็งตัวขององคชาต เมื่อเกิดการกระตุ้นทางเพศ สัญญาณจากสมองจะส่งไปยังเนื้อเยื่อองคชาต และทาดาลาฟิลจะช่วยให้เนื้อเยื่อที่ทำให้เกิดการแข็งตัวตอบสนองได้ง่ายขึ้น ทำให้แข็งตัวและคงการแข็งตัวได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ยาไม่ได้ทำให้เกิดการแข็งตัวขึ้นเองโดยอัตโนมัติ — ยังคงต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศ
Q2: ยาทาดาลาฟิลออกฤทธิ์นานเท่าไรเมื่อเทียบกับซิลเดนาฟิล (Viagra)?
ทาดาลาฟิลออกฤทธิ์นานกว่าอย่างมีนัยสำคัญ คือนานถึง 36 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับซิลเดนาฟิลที่ออกฤทธิ์เพียง 3-5 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้นนี้ทำให้คู่รักมีความยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้น อีกทั้งทาดาลาฟิลยังสามารถรับประทานร่วมกับอาหารที่มีไขมันสูงหรือแอลกอฮอล์ได้โดยไม่ลดประสิทธิภาพของยา ต่างจากซิลเดนาฟิลที่อาจได้รับผลกระทบจากการรับประทานอาหารและแอลกอฮอล์
Q3: ยาทาดาลาฟิลมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของทาดาลาฟิล ได้แก่ ปวดศีรษะ (12%) อาการอาหารไม่ย่อย (dyspepsia, 7%) ปวดหลัง (6%) และหน้าแดง (3%) ผลข้างเคียงเหล่านี้โดยทั่วไปไม่รุนแรงและเป็นเพียงชั่วคราว อาการปวดหลังพบสัมพันธ์กับทาดาลาฟิลมากกว่ายากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ PDE5 ตัวอื่น และมักหายไปเองภายใน 48 ชั่วโมงโดยไม่ต้องรักษา
Q4: ใครที่ไม่ควรรับประทานยาทาดาลาฟิล?
ทาดาลาฟิลเป็นข้อห้ามใช้ในผู้ชายที่รับประทานยากลุ่มไนเตรต (ใช้สำหรับอาการเจ็บหน้าอก เช่น ไนโตรกลีเซอรีนชนิดอมใต้ลิ้น) เนื่องจากการใช้ร่วมกันอาจทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างอันตราย นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงในผู้ชายที่เพิ่งมีประวัติโรคหลอดเลือดสมองหรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และผู้ที่ทราบว่าแพ้ยาทาดาลาฟิล ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มใช้ยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
Q5: สามารถซื้อยาทาดาลาฟิลได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์หรือไม่?
แม้ว่าทาดาลาฟิลอาจหาซื้อได้เองตามร้านขายยาในบางประเทศ แต่ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ปรึกษาศัลยแพทย์ยูโรวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญก่อนใช้ยา การซื้อยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมารับประทานเองโดยไม่ได้รับการตรวจประเมินอย่างเหมาะสม เสี่ยงต่อการมองข้ามสาเหตุแฝงของภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ความไม่สมดุลของฮอร์โมน หรือโรคเบาหวาน ศัลยแพทย์ยูโรวิทยาสามารถยืนยันการวินิจฉัย ประเมินความปลอดภัย และสั่งจ่ายยาในขนาดที่ถูกต้องได้
หากท่านกำลังประสบภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาที่เหมาะสมที่สุด นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ให้บริการปรึกษาเฉพาะทางด้านสุขภาพเพศชายที่โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ นัดหมายปรึกษาแพทย์.
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ
เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) เป็นศัลยแพทย์ยูโรวิทยา ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชาย, การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (ระบบ da Vinci), และการรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ สำเร็จการศึกษาต่อเฉพาะทางในระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา), Juntendo University Hospital (ญี่ปุ่น), และ Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน) เนื้อหาทางการแพทย์ทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้เขียนและทบทวนโดย นพ.สรวีร์ โดยอิงจากประสบการณ์ทางคลินิกและการฝึกอบรมในระดับนานาชาติ


หนึ่งคำตอบ