Last updated: 6 มีนาคม 2024
มีคนไข้จำนวนไม่น้อยมาพบผมที่คลินิก เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ถุงยางอนามัยแตกขนาดมีเพศสัมพันธ์ทำให้เกิดความกลัวว่าจะติดเชื้อ HIV หรือไม่ หลายหลายคนคงทราบอยู่แล้วว่าการใส่ถุงยางอนามัยช่วยป้องกันโรคเอชไอวีได้ แต่มีผู้คนไม่มากที่ทราบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายสามารถลดอัตราการเกิดเอสไอวีได้ แล้วคุณละครับรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม วันนี้เราจะมาพูดเรื่องนี้กันครับ

ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าการขลิบหนังหุ้มปลายในผู้ชายมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ในเรื่องหนังหุ้มปลายรูดไม่ได้ (Phimosis) และภาวะหนังหุ้มปลายอักเสบ (Balanoposthitis) แต่วันนี้ผมจะนำเสนอข้อมูลที่แตกต่างออกไปว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้การขลิบหนังหุ้มปลายสามารถลดอัตราการติดเชื้อ HIV ได้
มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่มีคุณภาพหลายฉบับ รายงานว่าการการขลิบหนังหุ้มปลายสามารถลดอัตราการติดเชื้อเอสไอวีได้ 60 ถึง 70% เมื่อเทียบกับกลุ่มคุณผู้ชายที่ไม่ได้ขลิบหนังหุ้มปลาย ซึ่งข้อเท็จจริงนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักวิจัยเป็นอย่างมากในการหาเหตุผล และในที่สุดพวกเขาก็พบว่าบริเวณหนังหุ้มปลายที่ต้องตัดทิ้งเวลาขลิบเป็นบริเวณสำคัญในการส่งต่อเชื้อ HIV ผมจะเล่าเหตุผลให้ฟังครับ

เหตุผล 3 ข้อหลังการขลิบหนังหุ้มปลายที่ช่วยลดอัตราการติดเชื้อ HIV
- เซลล์เป้าหมายในการติดเชื้อ HIV อยู่บริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย
- มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเซลล์เป้าหมายของเชื้อ HIV ชื่อ Langerhans cells ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่อาศัยอยู่ปริมาณมากในหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศด้านใน (inner preputial skin) ซึ่งการผ่าตัดจะเป็นการนำเนื้อเยื่อส่วนนี้ออกทั้งหมด
- หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศด้านใน (inner preputial skin) มีความเปราะบางก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย
- จากข้อเท็จจริงที่ว่าเชื้อ HIV จะส่งต่อจากสารคัดหลังในช่องคลอดของผู้หญิงผ่านผิวหนังผู้ชาย ผิวหนังที่แข็งแรงจะเป็นปัจจัยป้องกันไม่ให้ติดเชื้อได้โดยง่ายซึ่งหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศด้านใน (inner preputial skin) ไม่มีความแข็งแรงเลยครับ มีหลักฐานทางการแพทย์มากมายแสดงให้เห็นว่าหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศด้านใน (inner preputial skin) มีความบอบบางกว่าผิวหนังปกติซึ่งทำให้เกิดการส่งต่อของเชื้อได้ง่ายกว่า
- นอกจากนี้หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศด้านใน (inner preputial skin) มีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บได้ง่ายกว่าขณะที่มีเพศสัมพันธ์ทำให้การส่งต่อของเชื้อยิ่งง่ายขึ้นไปอีกครับ
- หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศด้านใน (inner preputial skin) มีเชื้อแบคทีเรียเฉพาะถิ่น (Normal flora) ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ HIV ง่ายขึ้น
- มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่น่าสนใจมากพบว่าแบคทีเรียเฉพาะถิ่น (Normal flora) ที่อาศัยอยู่ที่ผิวหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศด้านใน (inner preputial skin) จะผลิตสารบางอย่างที่ทำให้การติดเชื้อ HIV เป็นไปได้ง่ายขึ้น
จากเหตุผลที่กล่าวมาดูเหมือนว่า การที่เราไม่มีหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศด้านใน (inner preputial skin) จะมีข้อดีมากกว่าเก็บไว้ครับ อย่างไรก็ตามยังคงมีข้อถกเถียงว่าการขลิบหนังหุ้มปลายจะช่วยลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีได้มากน้อยแค่ไหนกันแน่ ดังนั้นเราจึงไม่ควรใช้ชีวิตเสี่ยงๆ โดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยนะครับ
หากคุณมีคำถามโปรดส่งข้อความ ผม หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะของคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม





หัวข้อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Medically written & reviewed by: Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) — Board-Certified Urologist, Bangkok Hospital Headquarters. International Fellow: Baylor College of Medicine (USA) · Juntendo University (Japan) · Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan).

Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) is a board-certified urologist at Bangkok Hospital Headquarters, specializing in Men’s Health, Robotic Surgery (Da Vinci System), and Kidney Stone treatment. He has completed international fellowships at Baylor College of Medicine (USA), Juntendo University Hospital (Japan), and Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan). All medical content on this site is written and reviewed by Dr. Soarawee based on his clinical experience and international training.






นี่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ขอบคุณ Dr. Pommy!
ด้วยความยินดี! ดร.สตีเฟน.