Last updated: 6 มีนาคม 2024
เป็นเรื่องจำเป็นที่แพทย์ทุกคนต้องเรียนรู้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพราะเชื้อโรคมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลาทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนการใช้ยาฆ่าเชื้อให้เหมาะสม การเลือกใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสมทั้งในแง่ปริมาณยาและระยะเวลาในการรักษาจะช่วยทำให้จัดการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีครับ

กรมควบคุมโรคสหรัฐอเมริกาหรือ CDC เป็นองค์กรระดับนานาชาติที่จะมีการแจ้งเตือนแพทย์ถึงแนวทางในการรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่เป็นประจำ วันนี้เราจะพูดถึงคำแนะนำสำหรับปี 2020 ในการรักษาโรคหนองในครับผมได้เคยพูดถึงอาการของโรคหนองในไว้ที่ ลิงค์นี้ครับ )

ยาตัวแรกที่ควรพิจารณาในการรักษาโรคหนองในของท่อปัสสาวะ, ปากมดลูกหรือทวารหนัก
- Ceftriaxone 500 mg ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ฉีดครั้งเดียว (น้ำหนักน้อยกว่า 150 กิโลกรัม)
- Ceftriaxone 1 กรัม ฉีดเข้ากล้าม ครั้งเดียว (น้ำหนักตัว > 150 กก.)
ยาทางเลือกในการรักษาโรคหนองในของท่อปัสสาวะ, ปากมดลูกหรือทวารหนัก
- Gentamicin 240 mg ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ฉีดครั้งเดียว + Azithromycin 2000 mg ทานครั้งเดียว
- Cefixime 800 mg ทานครั้งเดียว

ในกรณีสงสัยโรคหนองในเทียมร่วมด้วย
- Doxycycline 100 mg ทานวันละ 2 เวลาเป็นเวลา 7 วัน
ในกรณีที่รักษาโรคหนองในไม่หายด้วย Ceftriaxone ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (ซึ่งพบได้น้อย) แนะนำให้เพาะเชื้อเพื่อหายาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม หากคุณมีคำถามใดๆ ลองปรึกษาหมอทางเดินปัสสาวะที่คุณไว้ใจหรือส่งข้อความมาหาผมก็ได้ครับ
คุณสามารถเยี่ยมชม Homepage ผมได้ครับ ที่นี่.






หัวข้อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Medically written & reviewed by: Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) — Board-Certified Urologist, Bangkok Hospital Headquarters. International Fellow: Baylor College of Medicine (USA) · Juntendo University (Japan) · Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan).

Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) is a board-certified urologist at Bangkok Hospital Headquarters, specializing in Men’s Health, Robotic Surgery (Da Vinci System), and Kidney Stone treatment. He has completed international fellowships at Baylor College of Medicine (USA), Juntendo University Hospital (Japan), and Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan). All medical content on this site is written and reviewed by Dr. Soarawee based on his clinical experience and international training.






One Response