อัปเดตล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2026
โรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือภาวะอั้นฉี่ไม่ได้เป็นหัวข้อที่เราจะคุยกันวันนี้ครับ ก่อนอื่นผมต้องบอกครับว่าโรคนี้ไม่ได้เป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต แต่สร้างความทุกข์ทรมานทางจิตใจต่อผู้ป่วยมากๆ ครับ โรคนี้มักพบบ่อยเมื่ออายุมากขึ้น ยังไม่มีรายงานตัวเลขที่แน่ชัด แต่คาดการณ์ว่ามีอุบัติการณ์ทั่วโลกมากถึง 400 ล้านคน โดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 2 เท่า
สาเหตุของ โรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ Urinary incontinence สามารถแบ่งสาเหตุได้ตามเพศ
- ประวัติเสี่ยงในเพศหญิง
- ประวัติการตั้งครรภ์
- จำนวนบุตร
- ประวัติโรคเบาหวาน
- ภาวะอ้วน


- ประวัติเสี่ยงในเพศชาย
- ประวัติผ่าตัดต่อมลูกหมาก

โรคกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรืออั้นฉี่ไม่ได้แบ่งได้ 4 ประเภทกว้างๆ
- ภาวะปัสสาวะเล็ด หลังไอ จาม Stress incontinence
- เป็นภาวะปัสสาวะเล็ดเมื่อมีการเบ่งช่องท้อง เช่น ไอ จาม ยกของหนัก
- พบบ่อยในเพศหญิง
- พบมากถึง 45% ในเพศหญิงอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป
- ภาวะปัสสาวะเล็ด ก่อนไปถึงห้องน้ำ Urge incontinence
- เป็นภาวะที่ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้และทำให้ปัสสาวะเล็ดราดออกมาก่อนที่จะพาตัวเองไปถึงห้องน้ำ
- พบบ่อยในเพศชายอายุมาก
- พบมากถึง 42% ในเพศชายที่อายุมากกว่า 75 ปีขึ้นไป

- ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรืออั้นฉี่ไม่ได้แบบผสม Mixed incontinence
- เป็นภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ที่เป็นแสดงอาการแบบข้อ 1 และข้อ 2 ข้างบนผสมกัน
- ภาวะปัสสาวะล้น Overflow incontinence
- เป็นภาวะปัสสาวะล้นออกมาจากกระเพาะปัสสาวะ มักเกิดขึ้นเมื่อน้ำเต็มกระเพาะปัสสาวะจนไม่สามารถขยายตัวได้อีก
- โรคเกี่ยวข้องกับระบบประสาท เช่น โรคไขสันหลัง โรคเบาหวาน
- โรคที่อุดกั้นระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ต่อมลูกหมากโต ก้อนในท้องน้อยที่กดทับทางเดินปัสสาวะ
เมื่อคนไข้มีปัญหากลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรืออั้นฉี่ไม่ได้ เราจำเป็นจะต้องซักประวัติ และตรวจร่างกายโดยละเอียด เพื่อแยกประเภทของโรคนี้เนื่องจากภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรืออั้นฉี่ไม่ได้แต่ละชนิดมีการรักษาที่แตกต่างกันไป ทำให้การรักษาคนไข้แต่ละรายจะมีรายละเอียดเฉพาะ อย่างที่ผมเล่าให้ฟังตอนต้นว่าโรคนี้สร้างผลกระทบทางจิตใจอย่างมาก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ
ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยใดๆ ลองทัก ผม.
If you are experiencing urinary incontinence and would like a tailored evaluation, Dr. Soarawee Weerasopone offers specialist consultations at Bangkok Hospital Headquarters. นัดหมายปรึกษาแพทย์.
Frequently Asked Questions about Urinary Incontinence
What is urinary incontinence?
Urinary incontinence is the involuntary leakage of urine. It is not a life-threatening condition, but it significantly impacts quality of life. It is estimated to affect over 400 million people worldwide, and is twice as common in women compared to men.
What are the main types of urinary incontinence?
There are four main types: stress incontinence (leakage triggered by coughing, sneezing, or exertion), urge incontinence (sudden overwhelming urge with involuntary leakage), mixed incontinence (a combination of stress and urge types), and overflow incontinence (leakage from an overfull bladder, often due to obstruction or nerve problems).
What causes urinary incontinence in women?
In women, the main risk factors include history of pregnancy, number of childbirths, diabetes mellitus, and morbid obesity. Obesity in particular increases intra-abdominal pressure, which worsens stress-type leakage, and weight loss can significantly improve symptoms.
What causes urinary incontinence in men?
In men, the most common cause is a history of prostate surgery, particularly radical prostatectomy for prostate cancer. The surgical procedure can weaken the urinary sphincter, leading to stress or mixed incontinence afterward.
Can urinary incontinence be treated?
Yes. Treatment is tailored to the specific type of incontinence. Options include pelvic floor exercises, lifestyle modifications, medications, and surgical procedures. Early consultation with a urologist is important to identify the correct type and design the most effective individualized treatment plan.
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ
เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) เป็นศัลยแพทย์ยูโรวิทยา ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชาย, การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (ระบบ da Vinci), และการรักษาโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ สำเร็จการศึกษาต่อเฉพาะทางในระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา), Juntendo University Hospital (ญี่ปุ่น), และ Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน) เนื้อหาทางการแพทย์ทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้เขียนและทบทวนโดย นพ.สรวีร์ โดยอิงจากประสบการณ์ทางคลินิกและการฝึกอบรมในระดับนานาชาติ

