Last updated: 6 มีนาคม 2024
โรคเริมที่อวัยวะเพศ หรือ Herpes simplex virus (HSV) เป็นโรคที่พบบ่อยมากที่คลินิคทางเดินปัสสาวะของผมครับ โรคนี้เป็นโรคที่วินิจฉัยไม่ยากเนื่องจากคนไข้จะมีอาการเฉพาะคือ มีแผลแสบร้อนบริเวณอวัยวะเพศ ดังนั้นในหัวข้อนี้เราจะคุยเกี่ยวกับโรคเริมที่อวัยวะเพศ (HSV) กันโดยละเอียดครับ ไม่ว่าจะเป็น เริมเกิดขึ้นได้อยากได้อย่างไร ? ทำไมมันจึงเกิดขึ้นกับคุณ? สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่? และสามารถป้องกันการเป็นซ้ำอีกได้หรือไม่?

โรคเริมที่อวัยวะเพศ (HSV) เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ Herpes simplex virus (HSV) ซึ่งมีทั้งหมด 2 สายพันธุ์
- สายพันธุ์ HSV-1 – มักอาศัยอยู่บริเวณปาก ทำให้ส่วนใหญ่เป็นสาเหตุของแผลในช่องปาก แต่บางครั้งก็ทำให้เกิดโรคแผลเริมที่อวัยวะเพศได้ครับ
- สายพันธุ์ HSV-2 – มักอาศัยอยู่บริเวณอวัยวะเพศ ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุหลักของเริมที่อวัยวะเพศ ซึ่งเป็นหัวข้อของเราในวันนี้

กลไกการแพร่เชื้อของโรคนี้คือ การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วยที่อยู่ในระยะแพร่เชื้อ (ระยะมีแผลที่มองเห็นได้) หลังจากมีการสัมผัสและเกิดการติดเชื้อ จะเกิดแผลหรือตุ่มใสที่อวัยวะเพศหรือบริเวณที่มีการสัมผัสสารคิดหลั่ง มีอาการแสบร้อน โดยปกติอาการจะดีขึ้นใน 14 วัน หลังจากนั้นไวรัส HSV จะไปซ่อนตัวอยู่ในเส้นประสาทของเราและรอเวลาแสดงอาการอีกเมื่อภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยไม่ดี

ตัวอย่างของคนไข้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ (Low immune state)
- กำลังอยู่ในภาวะเจ็บป่วยโรคใดก็ได้
- ทำงานมากเกินไปทำให้มีเวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ
- มีภาวะความเครียด วิตกกังวล

จากนั้น HSV จะกลับมาทำงานอีกครั้ง ซึ่งทำให้เดินทางกลับไปยังผิวหนังอวัยวะเพศและแสดงอาการอีกครั้ง วงจรอุบาทว์นี้จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดชีวิต
วิธีการวินิจฉัยโรคเริมอวัยวะเพศ (HSV) อาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ดังนี้ครับ
- หากอาการแสดงชัดเจนมากๆ หรือมีประวัติเคยเป็นโรคเริมอวัยวะเพศ (HSV) มาก่อน เราสามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากประวัติและการตรวจร่างกายเท่านั้นครับ
- การตรวจทางกล้องจุลทรรศน์ Tzank smear – เราใช้ตัวอย่างจากแผลเริมโดยตรงครับ
- การตรวจเลือด HSV ด้วยวิธี PCR – เราใช้การเก็บตัวอย่างเลือดในกรณีที่ไม่สามารถจากแผลเริมโดยตรงได้


การรักษาโรคเริมที่อวัยวะเพศ (HSV) เราใช้ยาต้านไวรัสเป็นหลักซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาของอาการและลดระยะแพร่เชื้อ มีงานวิจัยทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่าแผลเริมจะหายได้เองภายใน 19 วันโดยไม่ต้องมีการรักษาใดๆ ต่อไปนี้คือยาต้านไวรัสเริม (HSV)
- Acyclovir – เป็นยารักษาเริม (HSV) มาตรฐานที่มีผลข้างเคียงต่ำ
- Valacyclovir – มีจุดเด่นที่ดูดซึมในลำไส้ได้ดีกว่า
- Panciclovir – เป็นยาทาเฉพาะที่สำหรับโรคเริมที่อวัยวะเพศหญิง (HSV)
- Ganciclovir – สามารถรักษาไวรัสอื่นๆ ได้เพิ่มเติม เช่น Cytomegalovirus (CMV)

เป็นที่น่าเสียดายที่ทุกวันนี้ไม่มียาหรือ Vaccine ตัวใดที่สามารถกำจัดเชื้อเริม (HSV) ออกไปจากร่างกายเราได้ครับ อีกทั้งมีรายงานว่า เมื่อเราเป็นโรคเริมที่อวัยวะเพศ (HSV) เราก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ประเภทอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนั้นควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ด้วยนะครับ ผมไม่มีคำแนะนำอื่นสำหรับคนไข้ที่เป็นโรคเริมว่า “โปรดรักษาสุขภาพคุณให้แข็งแรงนะครับ” แล้วคุณก็จะปลอดภัยจากโรคเริมที่อวัยวะเพศ (HSV) แล้วพบกันในบทความถัดไปครับ
คุณสามารถเยี่ยมชม Homepage ของผมได้ ที่นี่.





หัวข้อ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
Medically written & reviewed by: Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) — Board-Certified Urologist, Bangkok Hospital Headquarters. International Fellow: Baylor College of Medicine (USA) · Juntendo University (Japan) · Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan).

Dr. Soarawee Weerasopone (Dr. Pom) is a board-certified urologist at Bangkok Hospital Headquarters, specializing in Men’s Health, Robotic Surgery (Da Vinci System), and Kidney Stone treatment. He has completed international fellowships at Baylor College of Medicine (USA), Juntendo University Hospital (Japan), and Chang Gung Memorial Hospital (Taiwan). All medical content on this site is written and reviewed by Dr. Soarawee based on his clinical experience and international training.





