อัปเดตล่าสุด: 18 พฤษภาคม 2026

หัวข้อนี้ผมจะพูดถึงโรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst นะครับ ในปัจจุบันคนใส่สุขภาพมากขึ้น ทำให้การตรวจสุขภาพประจำปี (Check up) ได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว การ Ultrasound ช่องท้องเป็นหนึ่งในการตรวจที่รวมอยู่ในโปรแกรมตรวจสุขภาพ ทำให้โรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst มักถูกตรวจพบโดยบังเอิญจาก Ultrasound เป็นผลให้ผู้ป่วยมาพบผมที่คลินิคทางเดินปัสสาวะครับ

โรคถุงน้ำในไต Kidney cyst
โรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst มักพบโดยบังเอิญจากการตรวจ Ultrasound ในโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี (Check up)

โรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst เป็นโรคไตที่พบบ่อยที่สุดครับ

มีรายงานพบโรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst 5% ในประชากรทั่วไป และเพิ่มมากกว่า 25% ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และสามารถเพิ่มได้ถึง 40% ในรายที่มีการการตรวจสุขภาพประจำปี (Check up) อย่างสม่ำเสมอ คุณจะสังเกตได้ว่ามันเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอายุที่มากขึ้น และสาเหตุของโรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst ก็คือ ส่วนของเนื่อเยื่อไตที่ไม่ทำงานและจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้นครับ

ถ้าเราเจาะลึกเกี่ยวกับโรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst กันให้มากกว่านี้โดยอ้างอิงจากตำรามาตรฐานของหมอทางเดินปัสสาวะจะพบว่าโรคถุงน้ำในไตถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทครับ ไล่ตั้งแต่ถุงน้ำธรรมดาไปจนถึงถุงน้ำมะเร็ง โรคถุงน้ำในไตเกือบ 100% ไม่แสดงอาการครับ เราจึงมักตรวจพบถุงน้ำในไตโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี (Check up) ในทางบวกก็คือ ความโชคดีในปัจจุบันคือ เครื่อง Ultrasound ในทุกวันนี้สามารถให้ข้อมูลที่เพียงพอแก่เราเพื่อบอกได้ว่าถุงน้ำในไตที่เจอนั้นไม่ใช้ถุงน้ำที่อันตราย อย่างไรก็ตาม ถ้าผล Ultrasound ออกมาให้ผลที่ไม่แน่ชัด ผมแนะนำให้ตรวจ CT scan เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคถุงน้ำในไตครับ

CT scan เป็นการตรวจทางรังสีที่แนะนำในกรณีที่ผล Ultrasound ให้ผลที่น่าสงสัยครับ

เมื่อผู้ป่วยพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ จะมีการบันทึกประวัติทางการแพทย์โดยละเอียด การตรวจร่างกาย และการตรวจวินิจฉัยต่างๆ รายละเอียดจากการถ่ายภาพ เช่น ซีสต์ในไต ปริมาณของเหลวในซีสต์ที่ใสหรือขุ่น ขนาด จำนวน และตำแหน่ง ถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับกลยุทธ์ในการติดตามผลระยะยาว ข้อมูลสำคัญที่เราต้องแจ้งให้ผู้ป่วยทราบเกี่ยวกับซีสต์ในไตชนิดไม่ร้ายแรง คือ ซีสต์ชนิดนี้จะไม่มีวันกลายเป็นมะเร็ง (น้อยกว่า 1% ตามที่วรรณกรรมยืนยันจุดเปลี่ยนที่กลายเป็นมะเร็ง) หากผู้ป่วยไม่มีอาการที่เกี่ยวข้องกับซีสต์ เช่น อาการปวดสีข้าง หรือปัสสาวะเป็นเลือด เราจะไม่มีการรักษาใดๆ นอกจากการเฝ้าระวังด้วยการถ่ายภาพเป็นระยะ.

เมื่อผู้ป่วยมาพบผมที่คลินิคทางเดินปัสสาวะ จะได้รับการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างครบถ้วนครับ

โดยทั่วไปโรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst มันจะค่อยๆ โตขึ้นอย่างช้าๆ ดังนั้นจะมีคำถามว่า เราจะต้องเฝ้าติดตามอาการจนถึงเมื่อไหร่? คำตอบก็คือ เฝ้าติดตามจนมันมีอาการครับ มี งานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับ กล่าวถึงการผ่าตัดถุงน้ำในไต หากเส้นผ่านศูนย์กลางของถุงน้ำมีขนาดใหญ่มากกว่า 8 centimeter ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดี และอัตราการเป็นซ้ำน้อย

โรคถุงน้ำในไตทั่วไปหรือ Simple kidney cyst เป็นปัญหาทั่วไปที่ต้องการสื่อสารที่ดีระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ จำเป็นต้องมีการตรวจติดตามอาการเป็นประจำเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ลองปรึกษากับหมอทางเดินปัสสาวะที่น่าคุณไว้ใจ หรือลองทัก ผมอย่าลืมดูแลสุขภาพนะครับ

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่ามีถุงน้ำในไตจากการตรวจสุขภาพและต้องการรับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ ให้บริการปรึกษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ นัดหมายปรึกษาแพทย์.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับถุงน้ำในไต

ถุงน้ำในไตคืออะไร

ถุงน้ำในไตคือถุงที่มีของเหลวซึ่งก่อตัวขึ้นบนหรือภายในไต ถุงน้ำในไตส่วนใหญ่เป็นถุงน้ำธรรมดา (ไม่ร้าย) และไม่ใช่เนื้อร้าย มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการทำอัลตราซาวด์ช่องท้องระหว่างการตรวจสุขภาพประจำปี.

ถุงน้ำในไตอันตรายหรือไม่ หรือเป็นมะเร็งหรือไม่?

ซีสต์ไตธรรมดาส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่เนื้อร้าย มีเพียงน้อยกว่า 1% ของซีสต์ไตธรรมดาเท่านั้นที่มีศักยภาพเป็นเนื้อร้าย อย่างไรก็ตาม ซีสต์ที่ซับซ้อนซึ่งมีลักษณะภายใน เช่น ผนังกั้น แคลเซียมสะสม หรือส่วนประกอบที่เป็นของแข็ง จำเป็นต้องมีการประเมินเพิ่มเติมด้วยการสแกน CT และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ.

ถุงน้ำในไตจำเป็นต้องรักษาหรือไม่

ถุงน้ำในไตส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา หากถุงน้ำไม่ก่อให้เกิดอาการ เช่น อาการปวดสีข้าง หรือเลือดในปัสสาวะ แนวทางมาตรฐานคือการสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการตรวจติดตามด้วยภาพเป็นระยะ การรักษาจะพิจารณาเมื่อถุงน้ำมีขนาดใหญ่ มีอาการ หรือมีลักษณะที่น่าสงสัยเท่านั้น.

คุณควรไปตรวจติดตามซีสต์ในไตบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการติดตามผลขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของถุงน้ำ ถุงน้ำขนาดเล็กธรรมดาอาจได้รับการตรวจติดตามเป็นประจำทุกปีหรือทุก 1–2 ปีด้วยอัลตราซาวนด์ แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะของคุณจะแนะนำระยะเวลาการเฝ้าระวังที่เหมาะสมตามกรณีของคุณ.

ซีสต์ในไตจำเป็นต้องผ่าตัดเมื่อใด

การผ่าตัดจะแนะนำเมื่อถุงน้ำในไตทำให้เกิดอาการที่คงอยู่ เช่น อาการปวดเอว มีขนาดใหญ่มาก (โดยทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 8 ซม.) ทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ หรือมีลักษณะที่น่าสงสัยว่าเป็นมะเร็ง เทคนิคการผ่าตัดแบบส่องกล้องที่รุกล้ำน้อยที่สุด (laparoscopic cyst decortication) เป็นเทคนิคที่นิยมใช้ในการผ่าตัดในกรณีดังกล่าว.

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้เขียนและตรวจสอบโดย นพ.สรวีร์ วีระโสภณ ศัลยแพทย์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่มีคุณสมบัติเหมาะสมก่อนเริ่มการรักษาใดๆ เสมอ

เขียนและตรวจสอบโดย: นายแพทย์สรวีร์ วีระโสภณ (หมอปอม) — ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ได้รับทุนแพทย์ศึกษาต่อระดับนานาชาติที่ Baylor College of Medicine (สหรัฐอเมริกา) · Juntendo University (ญี่ปุ่น) · Chang Gung Memorial Hospital (ไต้หวัน).

thไทย

ค้นพบเพิ่มเติมจาก Dr. Soarawee Weerasopone — Urologist Bangkok

สมัครสมาชิกตอนนี้เพื่ออ่านต่อและเข้าถึงเอกสารฉบับเต็ม

อ่านต่อไป